วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

วัดในภูเก็ต

วัดในจังหวัดภูเก็ตนั้นมีอยู่มากมายและมีนักท่องเที่ยวเข้าชมและสักการะไม่ขาดสาย

#วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม
   ตั้งออกไปนอกตัวเมืองภูเก็ต เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เดินทางโดยใช้ถนนวิจิตรสงครามไปยังถนนเลี่ยงเมือง และเลี้ยวซ้ายแล้วขับไปอีกประมาณ 10 นาที วัดฉลองจะอยู่ทางซ้ายมือของคุณ ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม ผู้ที่ช่วยเหลือชาวเมืองภูเก็ตจากกบฏอั้งยี่ หรือกุลีจีน ซึ่งเป็นกบฏในระหว่างสมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องไม่พลาดที่จะไปนมัสการรูปปั้นเหมือน หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม ซึ่งมีกิตติศัพท์ในเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ การรักษาโรค บุญญาบารมี และเมตตาธรรมที่สูงส่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง

#วัดพระนางสร้าง
    ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเทพกระษัตรี ถึงสี่แยกอำเภอถลาง วัดจะตั้งอยู่ทางด้านซ้าย เป็นวัดประจำอำเภอถลาง เป็นวัดที่เก่าแก่และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เมืองถลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเคยเป็นค่ายสู้รบกับพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2328 นอกจากนี้ ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์ เรียกว่า "พระในพุง" หรือ "พระสามกษัตริย์" ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์อีกชั้นหนึ่ง


#วัดพระทอง (วัดพระผุด)
    วัดพระทอง (วัดพระผุด) อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 21 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรีผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ถึงที่ว่าการอำเภอถลาง ทางด้านขวามือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัดพระทอง วัดนี้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ เมื่อคราวศึกพระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายามขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไปคราวใดก็มีฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้านได้นำทองมาหุ้มพระพุทธรูปที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน
    มีนิทานพื้นบ้านเล่าถึงประวัติพระผุดนี้ว่า ครั้งหนึ่งมีเด็กเลี้ยงควายได้เอาควายไปผูกไว้กับพระเกตุมาลาที่โผล่มาเพราะคิดว่าเป็นไม้ หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน ทั้งเด็กและควายก็เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาพ่อของเด็กได้มีฝันบอกเหตุว่า เป็นเพราะบุตรชายได้เอาควายไปผูกไว้ที่พระเกตุมาลาของพระพุทธรูป ในตอนรุ่งเช้าไปดูเข้าจึงรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่จมอยู่ในดิน แต่ขุดขึ้นมาได้เพียงแค่ครึ่งองค์เท่านั้น ภายหลังมีพระธุดงค์มาปักกลดบริเวณนั้นแล้วพบเข้าจึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้น

    นอกจากนี้วัดพระทองยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง” ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น "จังซุ่ย" ซึงเป็นเสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุก รองเท้าตีนตุกของสตรีเชื้อสายจีนที่ต้องมัดเท้าให้เล็กตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น เป็นต้น พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. – 17.00 น.






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น